ข่าวประชาสัมพันธ์
     
ข่าวประชาสัมพันธ์  ลด ละ เลิก ใช้โฟม
   
 
   

 จากปัญหาการใช้กล่องโฟมและถุงพลาสติกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่จะเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราทั้งในทางตรงและทางอ้อมอีกด้วย ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะตัดวงจรอันตรายจากพลาสติกเหล่านี้ เรามาร่วมกันลดการใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟมกันเถอะ


เพราะการใช้กล่องโฟมหรือถุงพลาสติกใส่อาหารอาจเป็นความเคยชินจนเราละเลยถึงอันตรายจะเกิดขึ้น แต่จริง ๆ แล้วภายใต้บรรจุภัณฑ์ธรรมดา ๆ นั้น กลับแฝงไปด้วยสารเคมีที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว อีกทั้งกล่องโฟมและถุงพลาสติกยังเป็นขยะที่ย่อยสลายได้ยาก ซึ่งแน่นอนว่าไม่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะทางไหน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ และเพื่อลดปัญหาที่ส่งผลกับสิ่งแวดล้อม เราควรรีบตัดวงจรการใช้กล่องโฟมและพลาสติกก่อนที่อันตรายจะย่างกรายมาหาตัว

เราได้ยินจนชินหูว่า โฟมและพลาสติกใช้เวลาในการย่อยสลายนานนับร้อย ๆ ปี แต่เพื่อความชัดเจน เราขอยกตัวเลขข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษมาให้เห็นเลยว่า ร้อย ๆ ปีที่ว่า มันนานขนาดไหน

ถุงพลาสติก ใช้เวลาย่อยสลาย 450 ปี
โฟมไม่สามารถย่อยสลายเองตามธรรมชาติได้

ลองคิดภาพตามเล่น ๆ ดูว่า กว่าจะถึง 450 ปี ถุงพลาสติกในโลกใบนี้จะเพิ่มขึ้นอีกมากแค่ไหน และขอย้ำกันอีกทีว่าโฟมเป็นวัสดุที่ย่อยสลายเองตามธรรมชาติไม่ได้ และหากกำจัดด้วยการเผาทำลายก็จะก่อให้เกิดก๊าซสไตรีน (Styrene) ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพรวมถึงสิ่งแวดล้อม ดังนั้นควรหาวิธีจัดการกับขยะประเภทโฟมอย่างเหมาะสม หรือควบคุมการใช้โฟมไปเลย ส่วนพลาสติกก็ใช้เวลานานถึง 450 ปี ในการย่อยสลาย อีกทั้งพลาสติกยังมีความคงทนย่อยสลายตามธรรมชาติน้อยและยังสามารถทนต่อแรงอัดได้สูง กำจัดยาก แถมยังใช้พื้นที่ในการฝังกลบมากกว่าขยะประเภทอื่น ถ้าหากเราสามารถลดการใช้พลาสติกหรือนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้ ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีกับปัญหาขยะดังกล่าวไม่น้อย

รู้หรือไม่ว่า กล่องโฟมบรรจุอาหารที่ใช้ตามท้องตลาดทั่วไป ทำมาจากวัสดุพอลิเมอร์ชนิดพอลิสไตรีน (Polystyrene) ที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม เมื่อน้ำมันหรือความร้อนจากอาหารหรือสิ่งที่นำไปบรรจุทำปฏิกิริยากับกล่องโฟม ก็จะทำให้สารสไตรีน (Styrene) จากกล่องโฟมปนเปื้อนมากับอาหารที่รับประทานเข้าไป และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งความน่ากลัวที่ควรระวังก็เพราะว่า...

  • ส่งผลให้เกิดอาการพิษเฉียบพลัน เช่น ระคายเคืองผิวหนัง หรือทางเดินหายใจผิดปกติ
  • ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้การเคลื่อนไหวและการทรงตัวไม่ดี
  • เสี่ยงภาวะสมองเสื่อมและสมาธิสั้น
  • เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

นอกจากนี้ทั้งโฟมและพลาสติกยังเป็นขยะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น

  • หากทิ้งไม่ถูกที่ก็จะอุดตันท่อระบายน้ำทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง
  • หากเกิดการเผาที่ไม่สมบูรณ์ จะเกิดการปล่อยก๊าซพิษ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโลกร้อน
  • ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์ต่าง ๆ
  • ทำให้เกิดการปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในดินและแหล่งน้ำ

แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใด ๆ ในรูปแบบโฟมหรือเป็นถุงพลาสติก ขวดน้ำพลาสติก หรือของใช้ที่ผลิตจากพลาสติกชนิดอื่น ๆ แม้จะเป็นความสะดวกสบาย ใช้ง่าย ราคาถูก แต่ก็อย่าลืมนึกถึงอันตรายและโทษของพลาสติกกันด้วยนะคะ อย่างน้อยลดการใช้พลาสติกหรือโฟม แล้วแยกทิ้งตามประเภทขยะก็ยังดี จะได้นำพลาสติกหรือโฟมไปใช้ซ้ำ รีไซเคิลได้ และช่วยลดปริมาณขยะที่ย่อย

วิธีลดปริมาณขยะพลาสติกจริง ๆ ทำไม่ยาก ทุกคนสามารถลดขยะพลาสติกได้ทั้งนั้น ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ซื้อของไม่รับถุงพลาสติก แต่เตรียมถุงผ้าไปเอง
  • นำพลาสติกที่ใช้งานแล้วกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้ง
  • เลือกใช้พลาสติกที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ เช่น แก้วน้ำและกล่องใส่อาหาร
  • เลือกใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ อย่าง จาน ถ้วย ที่ผลิตจากชานอ้อย หรือวัสดุธรรมชาติชนิดอื่น ๆ เป็นต้น
  • แยกขยะพลาสติกทิ้งให้ถูกที่ เพื่อนำพลาสติกเหล่านั้นไปรีไซเคิลต่อได้ง่ายขึ้น

ถ้าปริมาณขยะพลาสติกลดจำนวนลง ปัญหาที่เกิดจากขยะพลาสติกก็จะลดลงตามไปด้วย ดังนั้นเริ่มต้นลดปริมาณการใช้พลาสติกกันตั้งแต่วันนี้ หรืออย่างน้อย ๆ ก็เริ่มจากการแยกขยะในครัวเรือนก่อนทิ้งก็ยังดีนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมควบคุมมลพิษ